วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

มหากาพย์ Final Fantasy ตอนที่ 2 XV Royal Edition vs 7 Remake vs XVI

 มหากาพย์ Final Fantasy ตอนที่ 2

XV Royal Edition vs 7 Remake vs XVI



ยกที่ 3 บรรยากาศภายในเกมส์
15 บรรยากาศภายในเกมส์หลากหลายและสมจริงมาก เช้า กลางวัน เย็น พรบค่ำ กลางคืน ฝนตก พายุทะเลทราย ขาดก็แต่หิมะตกนี่แหละ ทำให้เวลาเดินทางถึงแม้คุณจะอยู่จุดเดิมแต่ถ้าช่วงเวลาเปลี่ยนบรรยากาศรอบด้านก็เปลี่ยนเหมือนกันทำให้การเดินทางไม่มีจุดเบื่อเลย นอกจากนี้ศัตรูก็เปลี่ยนด้วย กลางวันจะเจอศัตรูธรรมดาพอกลางคืนก็จะเจอพวกเดม่อน กลางวันโลกสดใสสวยงามสีเขียวขจีของป่าไม้ กลางคืนก็มืดมีแต่อันตราย ทางด้าน 7RE อาจจะเสียเปรียบสุดเพราะอยู่แค่ในมิดการ์ เราจะเห็นแต่เขตเมือง เขตสลัมตลอดทั้งเกมส์ มีอยู่ในตึกชินระตอนท้ายและบนทางด่วนแต่เราจะไม่เจอพื้นที่กว้างให้เล่นเลย คงต้องไปรอเล่นใน Rebirth เอา สีสันภายในเกมส์เลยออกไปทางโทนเมืองมากกว่า พื้นที่สีเขียวให้ชุ่มชื่นใจมีน้อยมาก รู้สึกจะมีแค่ทุ่งดอกไม้บ้านแอริธเองมั้ง....ส่วน 16 นั้นมืดมนอึมครึมทั้งเกมส์ ช่วงสดใสมีแค่ตอนแรกเท่านั้นที่ได้เดินบนพื้นที่เขียวขจี หลังจากนั้นมืดทั้งเกมส์ยิ่งเล่นยิ่งมืดต่อให้กลับมาจุดเดิมที่มันเคยเป็นสีเขียวสดใสมันก็จะกลายเป็นเขียวดำๆมืดๆแทน แต่มันก็มีเหตุผลทางด้านเนื้อเรื่องของเกมส์ที่ทำให้มันมืดอึมครึมแบบนี้ แต่ก็นะถ้ามันสดใสบ้างก็ดีการที่ต้องมานั่งเล่นบรรยากาศมืดมนทั้งเกมส์เลยมันยังไงไม่รู้แฮะ รู้สึกอึดอัด
สรุป 15 ดีสุด บรรยากาศหลากหลาย เล่นยังไงก็ไม่เบื่อ ต่อให้คุณไม่ได้เล่นเนื้อเรื่องแค่วิ่งเล่นบรรยากาศเปลี่ยนก็อิ่มแล้ว 7RE มีแค่ในมิดการ์ ยังบอกไม่ได้ ส่วน 16 ยิ่งเล่นยิ่งมืด หาความสดใสสบายตายากเหลือเกิน
ยกที่ 4 เควสย่อย
16 เล่นไปก็ง่วงไป.....เควสย่อยบางอันก็อะไรนะ ?? อีหยั่งว่ะ ?? มันเหมือนเควสเกมส์ออนไลน์สมัยเก่าไม่มีผิด หาของ ตีมอน ฝากบอกคนนู้นที บลาๆๆๆ แต่หลังๆเควสย่อยจะเริ่มมีเนื้อเรื่องเสริมให้อ่านหรือเป็นเหตุการณ์ของคนอีกกลุ่มว่าพวกเขาทำอะไร เจออะไรบ้าง แต่ก็นั่นแหละมันเป็นท้ายๆเกมส์แล้วไง 7RE มีไม่ค่อยเยอะ ถึงจะมีอีหยั่งว่ะอยู่บ้างแต่ก็ไม่เท่า 16 และเป็นภาคที่เควสย่อยน้อยที่สุดด้วย อย่างว่าแหละจะเอาเนื้อเรื่องและเควสมาเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆก็อาจจะด้อยกว่าเพราะเนื้อเรื่อง 7 มันยังไม่จบเพราะงั้นขอข้ามไปก่อน มาถึง 15 ผมว่าเควสย่อยเยอะสุดจากทั้งหมดสามภาคที่เอามาเปรียบเทียบ แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันไร้สาระนะ จริงอยู่ว่าไอ้จับกบมันก็ไร้สาระแหละแต่การที่มันต้องขับรถไปยังจุดต่างๆมันได้ฟิลลิ่งการเดินทางควบคู่ไปด้วย+กับรรยากาศในเกมส์ที่บอกก่อนหน้านี้ว่ามันไม่ซ้ำทำให้การเดินทางไม่มีเบื่อ ถึงมันจะมี Fast travel แต่เรายังรับรู้ได้ว่ามันขับรถ แต่ 16 คือ Fast travel ไปดื้อๆแถมบรรยากศอึมครึมทั้งเกมส์เลยรู้สึกเบื่อเพิ่มขึ้น ผมมานั่งนึกๆดูแล้วเจ้าไคร์ฟตัวเอก 16 ต้องวิ่งรอบโลกกี่รอบเนี่ยเพื่อทำเควสย่อยต่างๆ.......
สรุป 15 ดีสุด เควสย่อยเยอะ มีเบื่อบ้าง สนุกบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเพลินมากด้วย 7RE ไม่รู้จะเทียบยังไง เนื้อเรื่องยังไม่สุดเลย ส่วน 16 ติดน่าเบื่อไปนิดหน่อยและมันก็ไม่น่าเพลิดเพลินเท่า 15 ด้วย

วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

มหากาพย์ Final Fantasy ตอนที่ 1 - XV Royal Edition vs 7 Remake vs XVI -

 มหากาพย์ Final Fantasy ตอนที่ 1

XV Royal Edition vs 7 Remake vs XVI
นานๆจะได้เขียนบทความยาวๆซักที เนื่องจากรายละเอียดมันค่อนข้างเยอะ หลายเรื่อง เพราะงั้นขอแบ่งเป็นตอนๆให้อ่านกัน ถ้าลงหมดเลยมันยาวเกินไปครับ บทความนี้เป็นรีวิวความเห็นส่วนตัวของผมนะและจะเอามาเปรียบเทียบ 15 7RE 16 ทั้งหมด 3 ภาคเลยเพื่อให้เห็นภาพกว้างๆทั้งหมด เพราะหลายคนก็ไม่ได้เล่นทุกภาคแต่อยากรู้ว่ามันมีอะไรได้เปรียบเสียเปรียบกันบ้าง ใครมีอะไรเพิ่มเติมก็คอมเม้นท์แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ



ยกที่ 1 . กราฟฟิค....
เปิดเกมส์มาสิ่งที่คุณจะเจอเป็นอย่างแรก วินาทีแรกเลยคือกราฟฟิค 15 กับ 7RE ถือว่าอยู่ในยุคเดียวกันคือ PS4 ส่วน 16 อาจจะได้เปรียบเรื่องความสด แต่ความสวยงามก็ไม่ได้ถือว่าก้าวกระโดดกว่า 15 และ 7RE อาจจะเพราะเขาใช้เอนจิ้นเดิมตั้งแต่สมัย FF14 ไม่ได้ใช้เอนจิ้นสมัยใหม่ยอดฮิตอย่าง unreal engine แต่สิ่งที่ได้เปรียบคือฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ที่สามารถลงรายละเอียดได้เยอะขึ้น พื้นดินมีหลายละอียดสูง มีพุ่มหญ้าแอ่งน้ำโคลนเศษหินกิ่งไม้ทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้มันดูมีความเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับความจริงแต่ 15 กับ 7RE ทำแบบนี้ไม่ได้ หรือแม้แต่กำแพงก็มีรอยแตกมีเศษปูนเศษหินที่เหมือนจริง คือไม่ใช่ว่าสวยกว่า 15 หรือ 7RE แต่มันลงรายละเอียดได้เยอะกว่าและนั่นมันก็ส่งผลให้ภาพรวมดูดีกว่า ถ้าย้อนกลับไปดู 15 ถือว่าค่อนข้างโล่งเลยล่ะ แต่ก็มันเป็น Open world เพียงภาคเดียวด้วยนี่ถ้าจะทำละเอียดๆเลยคงงานยากแหละ ก็เข้าใจทีมงาน บางจุดมีธรรมชาติสวยงามแต่รายละเอียดก็ไม่เยอะเท่ากับ 16 แต่สำหรับ 15 ในยุคนั้นก็คือว่าสวยงามถึงจะมาเปิดเล่นในปี 2023 ก็ยังอยู่ในระดับที่สวยอยู่ดี ส่วน 7RE เนื่องจากใช้ unreal engine ในการพัฒนาเพราะงั้นในบางพื้นที่ที่ทีมงานเน้นมากๆ 7RE ถือว่าสวยงามที่สุดโดยเฉพาะโมเดลตัวละครผมว่า 7RE สวยสุดและละเอียดที่สุดรวมไปถึงฉากหลังบางฉากด้วย ย้ำแค่บางฉากบางพื้นที่นะ หลายๆฉากใน 7RE ก็ถือว่าเผาจนเกรียมเหมือนกัน เช่น พื้นดิน กองขยะในสลัม ประตูบ้าน งานรีบทั้งหมด....
เพราะงั้นสรุปโดยภาพรวมมันก็ไม่มีอะไรดีเกินกว่ากันมากนัก 15 โลก Open world รายละเอียดอยู่ในจุดที่น่าพอใจกับสมัย PS4 7Re สวยบางอย่าง บางอย่างก็เผาจนเกรียม 16 รายละเอียดเยอะสุดเพราะอยู่ในยุคใหม่และพื้นที่แคบไม่ open world จึงสามารถใส่รายละเอียดได้เยอะ
ยกที่ 2 . เพลงประกอบ....
คุ้นหูที่สุดคงเป็น 7RE เพราะเราๆท่านๆเคยได้ยินเพลงมาตั้งแต่สมัย 7 original มาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และ 7RE เอามาทำใหม่ให้เสียงแน่นกว่าเดิม ของเก่ามันดีอยู่แล้วเอามาทำใหม่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก สำหรับ 16 นั้นหลายๆเพลงเป็นการนำเอาเพลงจากภาคเก่าๆมามิกซ์ใหม่ ทำใหม่ เล่นๆไปผมก็คุ้นๆนะว่าเหมือนจะเคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนจากไฟนอลภาคไหนนี่แหละแต่นึกไม่ออก มันมีความรู้สึกคุ้นหูแปลกๆแต่ก็นึกไม่ออก แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นเลยสำหรับ 16 ก็คือเพลงตอนมนต์อสูรตีกัน โอ้โหหหหห EPIC และอลังการมากยิ่งรวมกับฉากอสูรตีกันยิ่งเพิ่มความ EPIC ขึ้นไปอีก ส่วนเพลงสู้บอสหรือเพลงอื่นๆสำหรับผมอยู่ในระดับปกติไม่มีอะไรติดหูเป็นพิเศษ มีอย่างหนึ่งที่เสียดายคือเพลงตอนขี่โจโคโบะหายไปไหนนนนนนนน ????? สำหรับ 15 นั้นผมว่าเพลงเพราะติดหูหลายเพลงกว่า 16 นะ หลายๆเพลงก็ฟังดูอลังการเข้ากับสถานการณ์ในตอนนั้น ตอนเจอศัตรูขนาดใหญ่ๆเกมส์จะบรรเลงด้วยเพลง OMNIS LACRIMA ซึ่งเพลงนี้เราๆเคยได้ยินกันมาตั้งแต่สมัยตัวอย่าง Versus 13 แล้ว เชื่อว่าไม่น่ามีใครไม่ชอบเพลงนี้นะ (หรือมีหว่า ?) หรือตอนมนต์อสูรโผล่มาเกมส์จะบรรเลงเพลง NOX DIVINA คือเอาจริงๆ 15 นี่มีแต่เพลงเพราะๆเลยนะ ใครที่ไม่เคยเล่น 15 แต่อยากรู้ว่าทำไมสองเพลงนี้ผมถึงแนะนำเป็นพิเศษลองก็อปปี้แล้วเปิดฟังได้ครับ
สรุปคือ OST เพลงประกอบเกมส์ผมยกให้ 15 ดีที่สุดครับ 7RE มันเพลงเก่าคุ้นหูอยู่แล้ว อาจจะชอบแต่ไม่มีความแปลกใหม่แบบเพิ่งเคยได้ยิน ส่วน 16 ผมชอบแค่ตอนอสูรตีกัน นอกนั้นปกติ แต่ 15 หลายเพลง หลายฉาก ติดหูเยอะและเพราะมากๆด้วย
ไว้มาต่อตอนที่ 2 โพสหน้าครับ ใครมีอะไรก็เสนอแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ขอให้อยู่ในหัวข้อกราฟฟคิดกับเพลงประกอบแค่สองหัวข้อนี้ก่อนนะครับ

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

วิธี Download Dragon Fantasy 2 + Patch ล่าสุด 2021

 เข้าเว็ปนี้

https://cgp.space/

จากนั้นกดตามตัวเลขที่ 1 และ 2 ตามลำดับ


จากนั้นจะไปหัวข้อเกมส์ ให้เลื่อนลงมาตรง Dragon Fantasy 2 (หัวข้อเกมส์ที่ 2) แล้วกดตรงสี่เหลี่ยมเล็กๆตามรูปจากนั้นจะพาเราไปยัง link mega เพื่อโหลดตัวเกมส์หลัก


หลังจากโหลดตัวเกมส์หลักมาแล้วทีนี้ก็ไปโหลดตัว patch ล่าสุด เข้าไปที่ link นี้


เลื่อนลงมาด้านล่างกดตรงกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อเริ่มโหลดอัตโนมัติ (ถ้าไม่โหลดอัตโนมัติให้เลื่อนลงมากดตรง Download now ซึ่งจะอยู่ด้านล่างตรงตำแหน่งกรอบสี่เหลี่ยมเดิม)


-หลังจากโหลดตัวเกมส์และ patch มาแล้วให้แตกไฟล์ ZIP ของตัวเกมส์หลักก่อน จากนั้นแตกไฟล์ ZIP ของตัว patch จากนั้นก็อปปี้ไฟล์ทั้งหมดใน patch ไปทับไฟล์ในตัวเกมส์หลักเลยทั้งหมด (ให้อยู่ในโฟลเดอร์เหมือนกันนะ)

- ใครที่ยังไม่มี RPG school 2000 RTP ก็ต้องไปโหลดมาก่อนถึงจะเล่นได้ เข้าไปที่นี่


เลื่อนลงมาโหลดอันล่างสุด 2000 เวอร์ชั่น จากนั้นลงให้เรียบร้อย


-จากนั้นเข้าไปที่โฟลเดอร์เกมส์หลัก เลื่อนหาไอคอนรูปดาบเพื่อเปิดเล่นได้เลย


- การที่คุณจะเล่นได้ต้องเปลี่ยนวินโดวป็นญี่ปุ่นก่อนนะ ก่อนหน้านี้ใครเคยโหลด Dragonball Z RPG มาเล่นได้แล้วครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหา เล่นต่อได้เลยเพราะวินโดวเป็นญี่ปุ่นอยู่แล้ว

ส่วนอันนี้เป็นเส้นทางดำเนินเรื่องเวอร์ชั่นเก่าที่ผมเคยเขียนไว้ ยังคงใช้อ้างอิงเส้นทางหลักได้อยู่ แต่เควสและเนื้อเรื่องใหม่ๆที่เสริมมาใน 2021 คงต้องวิ่งหาเอาเองนะ


ส่วนอันนี้เป็น wiki ญี่ปุ่น ใครพออ่านออกสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ เป็นของเก่ายังไม่ใช่ 2021 แต่ก็อ้างอิงอะไรหลายๆอย่างได้


ส่วนข้อมูลตัวละครใหม่ 2021 ดูได้จากนี่ 


ขอให้สนุกครับ