หลังจากดูแสกนแล้วภาพน่าจะอับระดับขึ้นมาเหมือน SRW Z2 ของ PSP (แหงล่ะ เครื่องใหม่ทั้งทีถ้าใช้เอนจิ้นเดิมของ DS มีหวังโดนด่าตาย) และคราวนี้มีเสียงพากษ์แล้ว =[]= !!! ซึ่งมันก็ควรจะมีล่ะนะสำหรับเครื่องใหม่ ไม่มีก็เกินไป เกมส์วางจำหน่ายวันที่ 14 เดือนมีนา 2013 เอ้า !!! หวังว่าโลกคงไม่แตกก่อนนะ *-* ตอนนี้ยังไม่มีเครื่องเลย ยังหาเกมส์ที่คุ้มค่ากับการถอย 3DS ไม่ได้ แต่ตอนนี้ได้เวลาถอย 3 DS แล้วล่ะ ส่วน Vita เจ้าก็รอต่อไป ไว้ SRW หรือ KH ลงค่อยเจอกัน......
วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555
[3DS] SRW UX !!! มาไงฟร่ะ
อยุ่ดีดีก็ประกาศภาคใหม่ออกมาโครม !!!! แถมมาพร้อมแสกนและวันวางจำหน่ายคือเดือน 3 อีกตะหาก =[]= !!! สายฟ้าแล่บมาก หลายๆคนกำลังเมามันส์กับ 2nd SRW OG อยู่เลย เรียกได้ว่าตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว และแน่นอนเวลานี้ใครที่ลังเลระหว่าง Vita กับ 3DS ตอนนี้คงไม่ต้องคิดให้ยากแล้วล่ะ 555+ ได้เวลาถอย 3DS แล้วซินะ แต่เครื่องตระกูล Nintendo นั้นล็อคโซนซึ่งแน่นอนว่า SRW UX มันโซน JP ไม่มีทางออกโซน US ใครที่จะซื้อเครื่อง 3DS คงต้องซื้อเครื่องโซน JP เอาล่ะกัน
ป้ายกำกับ:
News
วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555
Der Langrisser อีก 1 เกมส์ในดวงใจตลอดกาล
อีก 1 เกมส์เก่าในใจตลอดกาล เกมส์นี้จำได้ว่าเล่นหลายรอบมากๆ เพราะมันมีเนื้อเรื่องให้เล่นถึง 4 เส้นทางตามแต่ใจเราอยากเป็นคนดี เลว ชั่วช้า โหดเหี้ยม - -* เลือกได้หมด โดยเส้นทางแรกเป็นสายแสสว่างแน่นอนเส้นทางนี้เราจะเ็ป็นคนดีศรีสหายกำจัดคนชั่ว ปกป้องโลกให้พ้นจากอันตรายก็เหมือนกับเกมส์ทั่วๆไป เส้นทางที่สองเป็นสายจักวรรดิ (ความมืด) ตรงข้ามกับสายแรกโดยเราจะทรยศพรรคพวกไปเข้ากับจักรวรรดิซึ่ง ก็แน่นอนตัวละครสายแสงสว่างจะเปลี่ยนไปเป็นศัตรูหมดทุกคน จะได้เพื่อนใหม่ซึ่งเป็นฝ่ายจักรวรรดิแทน (รวมทั้งลีออนด้วย)ซึ่งเราก็ต้องรับใช้จักรพรรดิในการทำให้ความมืดปกคลุมโลกนี้ เส้นทางที่สามทรยศจักรวรรดิไปอยู่กับพวกปีศาจรับใช้โบเซล เราจะได้พรรคพวกเป็นฝ่ายปีศาจและทำให้ความมืดปกคลุมโลกนี้เหมือนกัน แน่นอนจะได้สู้กับพวกแสงสว่างและฝ่ายจักรพรรดิ เส้นทางที่สี่ทรยศโบเซล (มันจะทรยศอะไรนักหนาว่ะ - -*) ตั้งตนเป็นอิสระ ฆ่าทุกคนที่ขัดขวางตนเอง ตั้งตนขึ้นเป็นใหญ่ ซึ่งเส้นทางนี้เพื่อนจะน้อยสุด (แหงล่ะ) และแน่นอนว่าเป็นศัตรูกับทุกคน ฆ่าเหี้ยน !! (รวมทั้งเทพที่ถามคำถามเราตอนแรกด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นเส้นทางทั้งหมดต้องเล่น 4 รอบถึงจะรับรู้เนื้อเรื่องทั้งหมด (แต่ผมเล่นเป็น 10 เพราะชอบมาก สนุกจัด)
ภาพในเกมส์นั้นผมว่าสวยดี และก็น่ารักไปในตัวด้วย ซึ่งเสน่ห์ของเกมส์ตระกูล Langrisser ก็คือการออกแบบตัวละคร ผู้หญิงนี่สวยหมด ผู้ชาย (เน้นตัวเอก)หล่อหมด ผมยังคิดเลยว่าเจ้าลีออนมันหล่อกว่าพระเอกซะอีก ส่วนระบบการต่อสู้นั้นแหวกแนวกว่าทุกเกมส์ ทำให้ไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจ สนุกด้วยซ้ำไป ตัวละครจะมี HP สูงสุดแค่ 10 ถ้าเป็น 0 ก็ตาย เวลาจัดทัพลงก็จะมีหัวหน้ากลุ่มกับลูกน้อง ซึ่งลูกน้องถ้าอยู่ในอาณาเขตรัศมีของหัวหน้าจะได้ Atk กับ Def + เพิ่มพิเศษ และถ้าหัวหน้ากลุ่มตายลูกน้องก็จะตายหมดด้วย ถ้าอยากผ่านไวไวก็เน้นฆ่าแค่ตัวหัวหน้าก็พอแต่ถ้าเราฆ่าลูกน้องก็จะได้ Exp ด้วย ควรฆ่าลูกน้องให้หมดก่อนแล้วค่อยเก็บหัวหน้าเป็นตัวสุดท้ายจะได้ไม่เสีย Exp ทิ้งไปเปล่าๆ ส่วนเวลาเข้าฉากต่อสู้กันนั้น มันดูน่ารักดีแฮะ *-* มีเสียงตอนสู้กันด้วย (ย่ะๆๆๆ เอิ๊กๆๆๆ) ตัวละครมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งหัวหน้า ลูกน้อง ซึ่งมันทำให้เกมส์ดูหลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจกับการเจอแต่ยูนิทเดิมๆ
เลเวลตัวละครมีสุดแค่ 10 เช่นกัน แต่พอเลเวล 10 แล้วเราจะได้อับคลาส โดยจะทำการอับคลาสให้อัตโนมัติเมื่อเลเวลถึง 10 ซึ่งจะมีให้เลือก 2 คลาส ก็เลือกเอาว่าอยากเป็นอะไร โดยที่เราสามารถอับคลาสได้ถึง 4 ครั้ง (เท่ากับเลเวล 40 + 10 = 50 นั่นเอง) แต่ตัวละครทุกตัวจะสามารถอับคลาสขั้นที่ 4 ได้หากตัวละครนั้นเราเลือกคลาสให้ถูกสาย ถ้าไปผิดสายก็จะอับได้แค่ 3 ขั้น
ทางด้านเสียงดนตรีประกอบในเกมส์นั้นดีมาก เพลงติดหูเลยล่ะ Der Langrisser เป็นอีก 1 เกมส์ที่ผมชอบเพลงประกอบในเกมส์มากๆ เพลงเพราะ เข้ากับเหตุการณ์ได้ดี และเพลงประกอบเวลาถึงเทิร์นของเราจะเปลี่ยนไปด้วยหากเราเล่นสายอื่น เช่น ตอนแรกสายแสงสว่างเสียงเพลงเทิร์นเราสมมติชื่อ A เทิร์นศัตรูซึ่งเป็นพวกจักวรรดิเป็น B แต่พอเราทรยศไปเข้ากับฝ่ายจักวรรดิเสียงเพลงเทิร์นเราจะเป็น B แทน และฝ่ายศัตรูถ้าได้สู้กับพวกแสงสว่างเพลงจะเป็น A แทน และแน่นอนสายปีศาจก็จะมีเพลงเป็นของตัวเอง และแต่ล่ะสายก็มีเพลงที่ใช้ในแต่ล่ะเทิร์นเยอะแยะมากมาย ฟังไม่เบื่อกันเลยทีเดียว
สุดท้ายใครที่ไม่เคยเล่นไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆกับเกมส์นี้ ภาคนี้จริงๆแล้วคือภาค 2 สนุกที่สุดในบรรดา 5 ภาคแล้วละ วัดได้จากการที่ผมเล่นภาคนี้จบไม่ต่ำกว่า 10 รอบ นอกนั้นเล่นจบรอบเดียวก็พอ ยกเว้นภาค 3 ที่เล่นไม่จบ ไว้ว่างๆจบจากภารกิจแฮค Fire Emblem กับเล่น SRW OG (ตอนนี้ก็ยังไม่ได้แผ่น)ว่าจะหยิบเกมส์นี้ขึ้นมาเล่นอีกครั้ง เป็นอีก 1 เกมส์เก่าในอดีตที่เล่นไม่รุ้จักเบื่อซักทีต่างจากเกมส์สมัยนี้บางทีเล่นรอบเดียวจบก็พอ ขี้เกียจเล่นใหม่ ไม่ใช่ว่าไม่สนุกจนไม่อยากเล่นต่อนะ คือมันสนุกแต่ไม่มีแรงจูงใจหรือน่าจดจำพอให้เล่นรอบสอง สาม สี่ตามมา ไม่ต้องอ้างว่าเก็บโทรฟี่จะได้เล่นอีกรอบ เกมส์เก่าๆมันไม่มีโทรฟี่ให้เก็บทำไมเรายังเล่นกันหลายๆรอบ เพราะมันสนุกอ่ะดิเลยอยากเล่นอีกรอบ........
ภาพในเกมส์นั้นผมว่าสวยดี และก็น่ารักไปในตัวด้วย ซึ่งเสน่ห์ของเกมส์ตระกูล Langrisser ก็คือการออกแบบตัวละคร ผู้หญิงนี่สวยหมด ผู้ชาย (เน้นตัวเอก)หล่อหมด ผมยังคิดเลยว่าเจ้าลีออนมันหล่อกว่าพระเอกซะอีก ส่วนระบบการต่อสู้นั้นแหวกแนวกว่าทุกเกมส์ ทำให้ไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจ สนุกด้วยซ้ำไป ตัวละครจะมี HP สูงสุดแค่ 10 ถ้าเป็น 0 ก็ตาย เวลาจัดทัพลงก็จะมีหัวหน้ากลุ่มกับลูกน้อง ซึ่งลูกน้องถ้าอยู่ในอาณาเขตรัศมีของหัวหน้าจะได้ Atk กับ Def + เพิ่มพิเศษ และถ้าหัวหน้ากลุ่มตายลูกน้องก็จะตายหมดด้วย ถ้าอยากผ่านไวไวก็เน้นฆ่าแค่ตัวหัวหน้าก็พอแต่ถ้าเราฆ่าลูกน้องก็จะได้ Exp ด้วย ควรฆ่าลูกน้องให้หมดก่อนแล้วค่อยเก็บหัวหน้าเป็นตัวสุดท้ายจะได้ไม่เสีย Exp ทิ้งไปเปล่าๆ ส่วนเวลาเข้าฉากต่อสู้กันนั้น มันดูน่ารักดีแฮะ *-* มีเสียงตอนสู้กันด้วย (ย่ะๆๆๆ เอิ๊กๆๆๆ) ตัวละครมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งหัวหน้า ลูกน้อง ซึ่งมันทำให้เกมส์ดูหลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจกับการเจอแต่ยูนิทเดิมๆ
เลเวลตัวละครมีสุดแค่ 10 เช่นกัน แต่พอเลเวล 10 แล้วเราจะได้อับคลาส โดยจะทำการอับคลาสให้อัตโนมัติเมื่อเลเวลถึง 10 ซึ่งจะมีให้เลือก 2 คลาส ก็เลือกเอาว่าอยากเป็นอะไร โดยที่เราสามารถอับคลาสได้ถึง 4 ครั้ง (เท่ากับเลเวล 40 + 10 = 50 นั่นเอง) แต่ตัวละครทุกตัวจะสามารถอับคลาสขั้นที่ 4 ได้หากตัวละครนั้นเราเลือกคลาสให้ถูกสาย ถ้าไปผิดสายก็จะอับได้แค่ 3 ขั้น
ทางด้านเสียงดนตรีประกอบในเกมส์นั้นดีมาก เพลงติดหูเลยล่ะ Der Langrisser เป็นอีก 1 เกมส์ที่ผมชอบเพลงประกอบในเกมส์มากๆ เพลงเพราะ เข้ากับเหตุการณ์ได้ดี และเพลงประกอบเวลาถึงเทิร์นของเราจะเปลี่ยนไปด้วยหากเราเล่นสายอื่น เช่น ตอนแรกสายแสงสว่างเสียงเพลงเทิร์นเราสมมติชื่อ A เทิร์นศัตรูซึ่งเป็นพวกจักวรรดิเป็น B แต่พอเราทรยศไปเข้ากับฝ่ายจักวรรดิเสียงเพลงเทิร์นเราจะเป็น B แทน และฝ่ายศัตรูถ้าได้สู้กับพวกแสงสว่างเพลงจะเป็น A แทน และแน่นอนสายปีศาจก็จะมีเพลงเป็นของตัวเอง และแต่ล่ะสายก็มีเพลงที่ใช้ในแต่ล่ะเทิร์นเยอะแยะมากมาย ฟังไม่เบื่อกันเลยทีเดียว
ป้ายกำกับ:
Review game
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




